สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ :

หน้าแรก :  รายงานข่าวหัวข้อข่าวเรื่องน่าสนใจบทความดาวน์โหลด |  เว็บน่าสนใจค้นหากระดานข่าว

ศูนย์บริการประชาชน กระทรวงศึกษาธิการ รับฟังข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน แจ้งโทรศัพท์ได้ที่สายด่วนการศึกษา ๑๕๗๙ หรือ ๐-๒๖๒๘-๖๓๔๖ ศูนย์บริการประชาชน (ศูนย์บริการร่วม) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
 
ศูนย์บริการ
แสดงเมนู | ซ่อนเมนู
ร่วมเสนอแนะ
เรียนฟรี 15 ปี
แบบสำรวจ
การเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต้องการให้มีกิจกรรมใดมากที่สุด

ส่งเสริมด้านคุณธรรม/จริยธรรม
ส่งเสริมด้านสุขภาพ
ส่งเสริมด้านวิชาการ
ส่งเสริมด้านทักษะอาชีพ



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน 240
จำนวนผู้เข้าชม
มีผู้เข้าเยี่ยมชม
6765748
คน ตั้งแต่ เมษายน 2551
ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 30 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่
สถิติรับเรื่องร้องเรียน
- ภาพรวมทั้งหมด
- ธันวาคม 2557
SAMACenter.com :: ดูกระทู้ - ร้องเรียนการทำงานของผอ.โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ร้องเรียนการทำงานของผอ.โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    SAMACenter.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ร้องเรียนการทำงาน
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
justice_1999
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/06/2018
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 07/06/2018 7:56 am    ชื่อกระทู้: ร้องเรียนการทำงานของผอ.โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรื่องการเรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ค้าขายโรงอาหารในโรงเรียนร้อยละ10%ต่อวัน

ต้องท้าวความก่อนว่า เดิมทีการเก็บค่าเช่าในโรงอาหารของโรงเรียนนั้นมีการเก็บค่าเช่าแบบเป็นรายเดืิอน มีค่าทำความความสะอาด มีค่าบำรุงรักษาทุกๆรายเทอม
หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 มีการเก็บค่าเช่ารายเดือนเป็นจำนวนเงิน 2,000บาท ค่าทำความสะอาดวันละ 35บาท ค่ารายเทอมเทอมละ 2,500บาท เบ็ดเสร็จเป็นจำนวนเงินปีละประมาณ 20,000 บาท ค่าทำความสะอาดประมาณ 5,000 - 7,000 บาท ค่ารายเทอมปีละ 5,000บาท รวมเบ็ดเสร็จค่าเช่าทั้งปีจะตกอยู่ที่ประมาณ 28,000 - 33,000 ต่อปี(คิดเฉลี่ยเดือนที่ปิดเทอมแล้ว) การเก็บเงินลักษณะนี้มีมาจนถึงภาคการศึกษาปลายในปี 2560 (หรือเดือนกุมภาพันธ์ปี 2561) จนมีการเปลี่ยนแปลงในภาคการศึกษาต้นของปี 2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ประมาณช่วงวันที่ 12 พฤษภาคม 2561 มีการนัดประชุมกลุ่มแม่ค้าในโรงอาหาร เกี่ยวกับการใช้ระบบเก็บเงินแบบใหม่ ซึ่งจากเดิมเป็นระบบที่สากลใช้กันทั่วไปคือใช้เงินเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ทางผู้บริหารของโรงเรียนได้มีนโยบายเปลี่ยนมาเป็นใช้ระบบระบบแบบจัดการศูนย์อาหาร โดยใช้เครื่องเติมมูลค่าบัตรแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการนำเงินไปเข้าบัตรแล้วนำบัตรมาแสกนในการซื้ออาหาร (ซึ่งบัตรดังกล่าวจะเป็นบัตรประจำตัวนักเรียนไปในตัว) และการประชุมครั้งต่อต่อมาแม่ค้าได้ต่อรองเหลือเพียงร้อยละ 5เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ซึ่งทางผู้บริหารไม่อนุมัติแต่ยื่นข้อเสนอเพิ่มราคาสินค้าจากเดิม 25 บาทเป็น 27บาท ซึ่งต่อมาเกิดปัญหาผู้ปกครองร้องเรียนโรงเรียนเร่ืองราคาอาหารแพงขึ้น ผอ.จึงทำการเรียกประชุมอีกครั้งมีมติลดราคาอาหารให้เหลือเท่าเดิม แต่ยังคงเรียกเก็บร้อยละ 10เปอร์เซ็นต์ต่อวันเหมือนเดิม
2. ตัวผู้บริหารของโรงเรียนบอกวัตุประสงค์ในการเปลี่ยนใช้ระบบแบบนี้เพราะว่าสามารถเช็คชื่อนักเรียนที่เข้าได้เรียนได้ง่ายขึ้น และทันสมัยเป็นโรงเรียนยุค 4.0
3. ซึ่งผอ.มีนโยบายในการเรียกเก็บเงินจากระบบดังกล่าว คือเรียกเก็บค่าเช่าในโรงอาหารโดยการคิดร้อยละ10บาท ต่อวัน จากยอดขายทั้งหมด โดยระบบนี้จะมีการเช็คยอดขายจากเครื่องแสกนบัตรภายในโรงอาหาร โดยหลังจากขายเสร็จจะมีการสรุปยอดรวมและคืนเงินหลังหักยอดเปอร์เซ็นร้อยละ 10บาทคืนแก่กลุ่มแม่ค้า ซึ่งตัวเลขจะมีอยู่ในเครื่องแสกนในร้านแต่ละร้าน และมาเชคยอดในเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนว่ายอดตรงกันหรือไม่ แต่ยอดหักจ่าย10%ต่อวัน จะยู่ในสมุดบัญชีของทางโรงเรียน โดยผอ.ให้ข้อเสนอว่ากลุ่มแม่ค้าไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือน รายเทอม และค่าทำความสะอาด

ปัญหาที่พบเจอกับระบบแบบนี้
1. จากการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มแม่ค้า อาทิเช่นข้าวแกง หรือ ก๋วยเตี๋ยว จากเดิมที่เคยเสียค่าเช่ารายเดือนตกเดือนละประมาณ 2,800บาท ซึ่งรวมค่าทำความสะอาดแล้ว พอระบบใหม่เข้ามาซึ่งเริ่มใช้ระบบดังกล่าวในวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 ถึงวันที่ 6 มิถุนายน โดยหักร้อยละ 10บาทต่อวันกลายมาเป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 6,000 - 9,000 บาท (ต่อคน) เฉลี่ยอาหารหลัก(ข้าวแกง,ก๋วยเตี๋ยว) 500 - 700 บาทต่อคน และอาหารจานรอง(ขนมหวานและผลไม้)วันละ 100 - 300 บาทต่อวัน ซึ่งถ้าคิดคร่าวๆระบบใหม่ใน 1 เดือนโรงเรียนจะได้ค่าเช่าจากแม่ค้าต่อร้านตกเดือนละประมาณ 10,000 - 13,000 บาทต่อเดือน (อาหารจานหลัก) และเฉลี่ยเดือนละ 4,000 - 5,000 บาท (อาหารจานรอง) ซึ่งคิดคร่าวๆกับร้านทั้งหมดจะเป็นจำนวนเงินต่อเดือนจำนวนประมาณ 96,000 - 100,000 บาทต่อเดือน (อาหารจานหลัก) และ 32,000 บาทต่อเดือน (อาหารจานรอง) รวมเป็นเงิน 120,000บาทต่อเดือนขึ้นไป อาจคิดได้เป็นปีละ 1,000,000 บาทต่อปี
2. โดยการหักเงินจากระบบใหม่คิดเป็นร้อยละ 10 ต่อรายได้ทั้งหมดที่ยังไม่ได้หักต้นทุนสินค้า และค่าจ้างลูกจ้าง แม่ค้าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งได้รับผลกระทบคือ แม้วันไหนที่แม่ค้าขายทุนทางโรงเรียนก็ยังคงหัก 10เปอร์เซ็นต์จากจำนวนเงินทั้งหมดอยู่ดี ซึ่งทำให้แม่ค้าซึ่งเดิมจ่ายค่าเช่าโรงอาหารจากเดิม 2,800 บาทต่อเดือน ต้องมาจ่ายค่าเช่าโรงอาหารเดือนละ 10,000 - 15,000 บาทต่อเดือน ต่อคน จากการสอบถามกลุ่มแม่ค้ามาทราบมาว่าทางโรงเรียนจะต้องจ่ายค่าบำรุงระบบดังกล่่าวตกปีละ 1,600,000บาทต่อปี ซึ่งการนำระบบเข้ามาโรงเรียนแจ้งว่าโรงเรียนไม่ได้รับงบมาจากกระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานรัฐ จึงจำเป็นที่จะต้องมาเก็บเงินจากแม่ค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเหมือนการผลักภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียนมาให้ทางแม่ค้าโดยตรง ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่โรงเรียนควรจะต้องจัดสรรงบประมาณของโรงเรียนมาใช้เอง มิใช่ให้แม่ค้ามาแบกรับภาระดังกล่าว ซึ่งกลุ่มแม่ค้าเป็นเพียงบุคคลที่หาเช้ากินค่ำ มีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลเช่นบุตรหลาน พ่อแม่ หนี้สิน และอื่นๆ แต่ที่ต้องทนขายเพราะไม่มีอาชีพที่จะทำมาหากินแล้ว
- ยกตัวอย่างแม่ค้ารายหนึ่งขายได้ต่อวันวันละ 5,000 โรงเรียนจะหัก 10%ต่อวัน เท่ากับวันละ 500 บาทต่อวัน แม่ค้าจะเหลือยอด 4,500บาท ซึ่งยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่นต้นทุน และค่าแรงลูกจ้าง ซึ่งบางวันที่ทางแม่ค้าขายได้น้อยและขาดทุนจะเป็นภาระเพิ่มให้แก่แม่ค้า
3.กลุ่มแม่ค้าเห็นตรงกันว่าข้อดีคือโรงเรียนสะดวกสบายจากระบบดังกล่าว และแม่ค้าสะดวกสบายเพราะขายได้เร็วขึ้น แต่ถ้าหากถามว่าจำเป็นต่อระบบโรงอาหารหรือไม่ กลุ่มแม่ค้าก็ไม่ได้มองว่ามันจำเป็นสักเท่าไหร่ และก็มีข้อเสียที่ยกไปดังกล่าว เช่นบางทีระบบล่มทำให้การค้าขายนั้นยุ่งยากขึ้น ซึ่งการที่โรงเรียนนำระบบดังกล่าวเข้ามา ควรจะเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือนที่เป็นยอดสุทธิ ที่เป็นยอดเดือนต่อเดือน ไม่ควรเข้ามาข้องเกี่ยวกับรายได้สุทธิรวมของแม่ค้าในแต่ละวัน ถึงจะมีนโยบายที่ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายแบบเดิมซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน รายเทอม แต่จากการหักร้อยละ 10บาทจากยอดขายทั้งหมดนั้นก็เหมือนกับกลุ่มแม่ค้าอาจจะต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มขึ้น 2-3เท่า จากการระบบเดิม เพื่อนำไปเป็นงบประมาณที่นำระบบมาใช้ในโรงเรียน ซึ่งระบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่โรงอาหารที่เดียว แต่ยังรวมไปถึงการเช็คชื่อของนักเรียนและข้อมูลต่างๆของนักเรียนด้วย ซึ่งมองได้ว่าการที่โรงเรียนนำระบบแบบนี้เข้ามาควรจะจัดการงบประมาณให้ดีกว่านี้ เพราะกลุ่มแม่ค้ารู้สึกเหมือนถูกเอารัดเอาเปรียบ

กลุ่มแม่ค้าจึงอยากให้กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือกลุ่มแม่ค้า เพราะลำพังตัวกลุ่มแม่ค้าเองไม่มีอำนาจในการตัดสินใจหรือมีอำนาจเทียบเท่าคณะผู้บริหารของโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยได้ ซึ่งกลุ่มแม่ค้าเพียงอยากให้คณะผู้บริหารได้ไตร่ตรองและหาวิธีเก็บค่าเช่าจากแม่ค้าอย่างเป็นธรรมมากที่สุด กลุ่มแม่ค้ามิได้ขัดข้องหากจะมีการเก็บค่าเช่าที่เพิ่ม แต่อยากให้จำนวนเงินที่เก็บไปน้อยลงกว่านี้ เพราะจำนวนเงินร้อยละ10บาทต่อวัน ต่อยอดขายทั้งหมดซึ่งยังไม่ได้หักต้นทุนและค่าแรงงานลูกน้อง มันเป็นจำนวนเงินทีเยอะเกินไป อยากให้คณะผู้บริหารเห็นใจกลุ่มแม่ค้าให้มากขึ้น เพราะในตอนที่แม่ค้าเสนอลดเหลือร้อยละ5%ต่อวัน ซึ่งก็ถือว่ากลุ่มแม่ค้าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแล้วทางโรงเรียนก็ไม่ยินยอม บอกเหตุผลมาว่าต้องจ่ายค่าบำรุงระบบ ซึ่งวันที่ประชุมผอ.ให้เซ็นต์ยินยอมร้อยละ10%ต่อวันทุกคน หากใครไม่เซ็นต์ยินยอมก็จะถือว่าหมดสัญญาในการค้าขาย แม้ค้าหลายๆคนเป็นเพียงบุคคลธรรมดาไม่ได้รู็ข้อกฎหมายใดๆ กลัวแต่ตัวเองจะไม่ได้ทำการขายต่อ แต่ภายหลังก็มารู้สึกกำลังถูกโรงเรียนเอารัดเอาเปรียบอยู่ และแม่ค้าแต่ละคนขายมา10-20ปี และมีอายุมากกันแล้ว หากจะไปหาอาชีพอื่นเอาตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นอยากกระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและตรวจสอบ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
king_1579
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/08/2010
ตอบ: 3492

ตอบตอบ: 07/06/2018 8:49 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องให้ต้นสังกัดตรวจสอบค่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
justice_1999
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/06/2018
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 08/06/2018 7:58 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการช่วงไหนรบกวนช่วยตรวจสอบให้ด้วยนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
king_1579
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/08/2010
ตอบ: 3492

ตอบตอบ: 08/06/2018 9:26 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อยู่ระหว่างขั้นตอนบันทึกเสนอหัวหน้าระดับต้นค่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
justice_1999
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/06/2018
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 23/06/2018 9:44 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อยากสอบความคืบหน้าของผลในการร้องเรียนหน่อยครับ

อันนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมทีี่ได้สอบถามทางแม่ค้าหลายๆท่านมา ได้ข้อมูลมาว่า
1. ในการประชุมครั้งแรกหลังจากถูกเก็บร้อยละ 10% จากผอ. ซึ่งกลุ่มแม่ค้าขอต่อรองเหลือ 5% แต่ทางโรงเรียนอนุมัติให้เพียง 7.5%

2.การประชุมครั้งล่าสุด ทางโรงเรียนขอเรียกกลุ่มแม่ค้าเข้าประชุม ซึ่งแจ้งว่าจะยกเลิกกการใช้ระบบชั่วคราว หรือถาวร หรือว่าจนกว่าระบบถูกต้องกฎของกระทรวง เพราะเนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้อง และทางโรงเรียนแจ้งว่าไม่สามารถนำเงินทั้งหมดที่เก็บจากทางแม่ค้ามาใช้ได้ เนื่องจากไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องของกระทรวง ทางผู้บริหารจึงขอร้องกลุ่มแม่ค้าว่าจะไม่ขอออกใบเสร็จจากเงินที่เก็บมาเป็นรายวันได้ เนื่องจากไม่สามารถออกไปใบเสร็จย้อนหลังได้ แต่จะออกใบเสร็จเป็นรายเดือนซึ่งจำนวนเงินที่จะออกมาในใบเสร็จอาจจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่ตรงกับที่ทางโรงเรียนได้เก็บจากแม่ค้าไปทั้งหมด ซึ่งนับตั้งแต่เก็บร้อยละ 10%และ7.5%จากกลุ่มแม่ค้่า

3.ทางผู้บริหารแจ้งว่าจะยกเลิกและยื่นข้อเสนอว่าหากแม่ค้ายอมเซ็นต์หนังสือแสดงความยินยอมว่ากา่รเก็บเงิน 10%รายวันนั้น กลุ่มแม่ค้ายินยอมให้ทางโรงเรียนเก็บแลกกลับการต่อสัญญาให้เพียง 1 ปี และยอมคืนเงินจำนวน 2.5%จากที่เก็บไป 10% ซึ่งแม่ค้าส่วนใหญ่ไม่ยินยอมที่จะเซ็นต์หนังสือยินยอม ซึ่งตัวหนังสือแสดงความยืนยอมนั้นค่อนข้างที่จะข้อสังเกตุที่แปลกๆหลายจุด เช่่นไม่ได้บอกว่ายินยอมเรื่องอะไร ซึ่งหากเซ็นต์ไปแล้สวทางโรงเรียนอาจจะแก้ไขหนังสือแสดงความยินยอมนี้ไปในทางไหนๆก็ได้ ทั้งๆที่กลุ่มแม่ค้าไม่ทราบเรื่องว่ายินยอมในเรื่องอะไร

สุดท้ายนี้อยากให้ทางกระทรวงตรวจสอบเงินจำนวนจำนวนนี้ว่ามีการใช้เงินจำนวนนี้อย่างถูกต้องหรือ และตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ผ่านการเห็นชอบจากทั้งครู แม่ค้า ผู้ปกครอง และทางกระทรวง และทุกครั้งที่มีการประชุมทางผอ.และหัวหน้าโภชนาการมักพูดประมาณว่า ถ้าแม่ค้าไม่ยินยอมจะเปิดรัับสมัครใหม่ทั้งหมด ซึ่งคำพูดเหล่านี้อาจเป็นเหมือนคำพูดข่มขู่ทางกลุ่มแม่ค้าที่ไม่ยินยอมที่จะเซ็นต์ และทางโรงเรียนมักพูดว่าหากไม่เซ็นต์ก็ถือว่าจะเป็นการยกเลิกสัญญา สิ่งนี้อาจจะเป็การข่มขู่หรือบังคับให้เซ็นต์ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และการเปิดรับสมัครใหม่อาจจะไม่โปร่งใสเพราะอาจจะเป็นการกลั่นแกล้งแม่ค้าที่ไม่เห็นด้วยกับระบบการเก็บงินแบบนี้ อาจจะทำให้แม่ค้าหลายๆคนที่ไม่เห็นด้วยกับระบบนี้นั้นไม่ได้รับการคัดเลือกในครั้งต่อๆไป ซึ่งทางโรงเรียนเปิดรับสมัครครั้งล่าสุดเมื่อ 7ที่แล้ว และจะเปิดสอบเฉพาะมีแม่ค้าออก ซึ่งมันไม่มีเหตุผลให้ทางโรงเรียนจะเปิดรับสมัครใหม่อีกครั้งในเร็วๆนี้ ซึ่งหากกมีการเปิดรับสมัครใหม่จริงอาจจะสรุปได้ว่าทางโรงเรียนอาจจะไม่โปร่งใสในการคัดเลือก และคนที่ไม่เซ็นต์ยินยอมอาจจะไม่ได้รับการคัดเลือกให้ทำการขาย เรียกง่ายๆอาจจะเป็นการไล่ออกทางอ้อม และหากจะอ้างว่ากลุ่มแม่ค้าหลายๆร้านไม่ได้มาตรฐานจึงมีการเปิดสอบใหม่ก็ไม่ถูกต้อง เพราะว่าทางกระทรวงสาธารณสุขได้เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานร้านค้าเป็นประจำ และทางโรงเรียนก็ได้รับรางวัลโรงอาหารยอดเยี่ยมจากกระทรวงสาธารณสุขมาหลายปีซ้อนแล้ว
ซึ่งอยากให้ทางกระทรวงตรวจสอบอย่างยุติธรรมที่สุด และต้องตรวจสอบทั้ง 2ฝ่าย มิใช่ตรวจสอบเพียงความเห็นของกลุ่มผู้บริหารอย่างเดียว ขอให้ทางกระทรวงคุ้มครองกลุ่มแม่ค้าเหล่านี้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Ju1579
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/01/2015
ตอบ: 545

ตอบตอบ: 24/06/2018 9:38 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งเรื่องไปยังต้นสังกัด สพฐ. ให้ตรวจสอบแล้วครับ ระยะเวลาการดำเนินการ 15 วัน ไม่รวมวันหยุด หรืออาจจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับเรื่องร้องเรียน ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    SAMACenter.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ร้องเรียนการทำงาน ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
 
  หน้าแรก :  รายงานข่าวหัวข้อข่าวเรื่องน่าสนใจบทความดาวน์โหลด :  เว็บน่าสนใจค้นหากระดานข่าว
หากมีข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน
กรุณาแจ้งที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๖๒๘-๖๓๔๖ หรือสายด่วนการศึกษา ๑๕๗๙
ศูนย์บริการประชาชน (ศูนย์บริการร่วม) กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Website Power by MOENet. Design By : Bumrung Ch.Com

แลกเปลี่ยนข้อมูล backend.php or ultramode.txt

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.