สมัครสมาชิก : เข้าสู่ระบบ :

หน้าแรก :  รายงานข่าวหัวข้อข่าวเรื่องน่าสนใจบทความดาวน์โหลด |  เว็บน่าสนใจค้นหากระดานข่าว

ศูนย์บริการประชาชน กระทรวงศึกษาธิการ รับฟังข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน แจ้งโทรศัพท์ได้ที่สายด่วนการศึกษา ๑๕๗๙ หรือ ๐-๒๖๒๘-๖๓๔๖ ศูนย์บริการประชาชน (ศูนย์บริการร่วม) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
 
ศูนย์บริการ
แสดงเมนู | ซ่อนเมนู
ร่วมเสนอแนะ
เรียนฟรี 15 ปี
แบบสำรวจ
การเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต้องการให้มีกิจกรรมใดมากที่สุด

ส่งเสริมด้านคุณธรรม/จริยธรรม
ส่งเสริมด้านสุขภาพ
ส่งเสริมด้านวิชาการ
ส่งเสริมด้านทักษะอาชีพ



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน 286
จำนวนผู้เข้าชม
มีผู้เข้าเยี่ยมชม
9259462
คน ตั้งแต่ เมษายน 2551
ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 44 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่
สถิติรับเรื่องร้องเรียน
- ภาพรวมทั้งหมด
- ธันวาคม 2557
SAMACenter.com :: ดูกระทู้ - ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KID
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KID

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    SAMACenter.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> บทความ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
sema
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/03/2008
ตอบ: 18

ตอบตอบ: 21/04/2008 2:23 pm    ชื่อกระทู้: ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KID ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จะดีแค่ไหน หากนักเรียนไทยในสามจังหวัดชายแดนใต้สามารถฟังบทเรียนจากครูคนเดียวกับนักเรียนในกรุงเทพฯ หรือเด็กๆบนดอยทุกคนสามารถเรียนรู้สิ่งที่ชอบด้วยตนเองแบบไม่รู้จบ ข้อมูลเพียบพร้อมหลายรูปแบบทั้งหนังสือ บทความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สไลด์ ดนตรี วิดีทัศน์ หรือบันทึกการสอนที่อยู่ในรูปแบบสื่ออื่นๆ ถูกเตรียมไว้เพื่อให้ครู อาจารย์ และนักเรียนทุกคนดึงไปใช้ประโยชน์ได้ตามใจต้องการ ไม่ว่าเวลาใดหรืออยู่ที่ไหน
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อม แต่เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ด้วยเทคโนโลยี โครงการแบ่งกันรู้ ร่วมกันคิด หรือโครงการห้องสมุดดิจิตอลเพื่อการศึกษาจึงเกิดขึ้นเพื่อจุดประสงค์นี้
ชื่อเต็มของโครงการนี้คือ Knowledge Imagination Discovery and Sharing เมื่อถอดตัวอักษรของคำหน้าแต่ละคำจะได้คำว่า KIDS-D โดย D ตัวสุดท้ายคือคำว่า Digital ซึ่งสอดคล้องกับคำในภาษาไทยว่า "คิดดี" โดยเบื้องหลังคนสำคัญของโครงการห้องสมุดดิจิตอลคิดดีนี้คือ ศาสตราจารย์วิลาศ วูวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
ศาสตราจารย์วิลาศคือหนึ่งในทีมผู้บุกเบิกโครงการ ซึ่งได้นิยามว่าโครงการนี้เกิดจากการเลียนแบบโลกแห่งความเป็นจริง คือ มีห้องสมุด ห้องเรียน และชุมชน โดยได้นำทั้งสามอย่างมารวมเป็นห้องสมุดดิจิตอล หรือชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือก็คือทุกโรงเรียนในประเทศไทย
"อย่างที่ทราบกันว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไทยเรานั้นค่อนข้างที่จะต่ำ แต่เราเชื่อว่าเด็กไทยนั้นมีศักยภาพ รวมถึงครูมีคุณภาพที่มีอยู่นั้น สามารถที่จะแบ่งปันให้กับครูคนอื่นได้ จึงนำมาสู่ความร่วมมือกันทำโครงการ"
อาจารย์ระบุว่าโครงการนี้ต้องการกระจายโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองตามหลักการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน จึงนำระบบไอทีมาเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บ ค้นคืนทรัพยากรสารสนเทศทางด้านการเรียนการสอน และความรู้ทั่วไปในสาขาวิชาต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ บทความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สไลด์ ดนตรี วิดีทัศน์ หรือบันทึกการสอนที่อยู่ในรูปแบบสื่ออื่นๆ
ครู อาจารย์ และนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านการเรียนการสอน ใช้เป็นแหล่งอ้างอิง หรือแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่
"คล้ายๆกับยูทูบ ที่ใครๆก็สามารถนำมาอัพโหลดแลกเปลี่ยนกันได้ เหมือนกับเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่นๆได้ทำตาม เพื่อที่จะพัฒนาในด้านการเรียนการสอนให้มีศักยภาพทัดเทียมกันทั้งประเทศ"
สร้างจากโอเพ่นซอร์ส
อาจารย์ให้ข้อมูลว่าระบบห้องสมุดดิจิตอลนี้สร้างขึ้นจากโปรแกรมซอฟต์แวร์มาตรฐานเปิดหรือโอเพ่นซอร์ส ใช้สองโปรแกรมคือ Dspace และ Greenstone ขั้นแรกของการพัฒนาคือการปรับให้โปรแกรมรองรับภาษาไทย เพื่อให้ระบบสามารถรับข้อมูลและสืบค้นข้อมูลเป็นภาษาไทยได้
"หลักเกณฑ์ที่เราเลือกซอฟต์แวร์ที่เป็นโอเพ่นซอร์สนั้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าลิขสิทธิ์" อาจารย์วิลาศให้เหตุผล
โปรแกรม Dspace เป็นระบบที่พัฒนาโดยสถาบัน MIT ของสหรัฐฯ ปัจจุบันนี้มีการติดตั้งเพื่อใช้งานมากกว่า 300 แห่ง ใน 51 ประเทศ สำหรับในประเทศไทยนั้น นอกจากโครงการนี้แล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ใช้งานระบบนี้เช่นกัน ตัวระบบสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งเนื้อหาและไฟล์วิดีโอ (MP4) ขณะที่โปรแกรม Greenstone นั้นมีจุดเด่นที่ความสามารถในการจัดการข้อมูลดิจิตอลจำนวนมากอย่างเป็นระบบโดยใช้เมทาดาทา (Metadata) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสากล เพื่อให้การจัดการโครงสร้างภายในอยู่ในรูปแบบเดียวกัน ทำให้เป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนชุดข้อมูลระหว่างระบบ และสามารถค้นคืนทรัพยากรข้อมูลข้ามระบบได้ง่าย สะดวกขึ้น
"เหมือนกับการใช้ห้องสมุดทั่วไป ที่ทุกคนสามารถสืบค้นด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง หัวเรื่องหรือคำสำคัญ ปีที่จัดพิมพ์ หรือรูปแบบของข้อมูล และยังมีความสามารถในการสนับสนุนภาษาต่างๆ ที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น นักเรียนในประเทศลาวฟังภาษาไทยออก เขาก็จะเข้ามาศึกษาบทเรียนของเรา หรือประเทศออสเตรเลียซึ่งใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร อาจจะเข้ามาสอนการบ้านให้เด็กไทยในด้านภาษาผ่านทางเว็บบอร์ดที่มีอยู่ในระบบห้องสมุด"
นอกจากนี้ภายในระบบยังได้มีการนำระบบ RSS Feed เข้ามาประยุกต์ใช้ในทุกส่วนของหน้าเว็บ เพื่อให้คนที่ใช้ห้องสมุดดิจิตอลไม่จำเป็นต้องเปิดเข้ามาชมที่หน้าเว็บ เนื่องจากระบบ RSS จะอัปเดทหนังสือหรือเนื้อหาใหม่ๆ โดยส่งเป็นข้อความสั้นๆตรงไปยังหน้าจอของผู้อ่าน
RSS หรือ Really Simple Syndication เป็นบริการบนเว็บไซต์ภาษา XML ใช้สำหรับดึงเนื้อหาจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บเพจ โดยนำมาเฉพาะหัวข้อเนื้อหา เมื่อผู้ใช้คลิกลิงก์ก็จะแสดงรายละเอียดข่าวในเว็บต้นฉบับนั้นๆ ทั้งนี้ผู้ใช้จะต้องมีการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวก่อน
ใช้ลูกเล่นจูงใจวัยรุ่นไทย
ในมุมมองของอาจารย์มองว่าวัยรุ่นไทยยังมีการใช้ห้องสมุดน้อยอยู่ ในส่วนของโครงการนี้ได้พยายามนำคอนเทนต์ต่างๆที่เป็นสาระใส่เข้าไป ยกตัวอย่างในเรื่องของหนังสือหายาก ซึ่งมีจำนวน 100 เล่ม พิมพ์เมื่อ 100 ปีที่แล้ว ราคาประมาณเล่มละ 15 สตางค์ ตรงจุดนี้เองที่เป็นจุดดึงดูด เพราะทุกคนก็อยากรู้ อยากเห็น เมื่อทุกคนสนใจก็จะนำไปใส่ไว้ในห้องสมุดดิจิตอล
"ต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าหากเป็นห้องสมุดอย่างเดียวก็จะน่าเบื่อ แต่ในนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่กับที่ห้องสมุดมี คือจะมีในส่วนของบล็อก วิกิ และเว็บบอร์ดให้ได้แชตแลกเปลี่ยนเนื้อหาที่มีอยู่ในห้องสมุดเป็นแก่นในการคุยแลกเปลี่ยนกัน"
สำหรับหน่วยงานภาคการศึกษา หรือหน่วยงานภาครัฐที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.kids-d.org โดยทางสถาบันฯจะให้ความช่วยเหลือในการติดตั้งระบบให้กับโรงเรียนต่างๆที่สนใจ และมีความพร้อมทางด้านฮาร์ดแวร์ รวมทั้งติดตั้งตัวอย่างทรัพยากรข้อมูล และแนะนำวิธีการใช้ระบบ
"ต่อไปในอนาคตข้างหน้านั้น ประเทศต้องมีการแข่งขันกันมากขึ้น ความรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด อยากจะให้ใฝ่หาความรู้ ขอให้รู้อะไรก็ได้ ให้มีความรู้เอาไว้" อาจารย์วิลาศฝากถึงเยาวชนไทย--จบ--
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    SAMACenter.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> บทความ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
 
  หน้าแรก :  รายงานข่าวหัวข้อข่าวเรื่องน่าสนใจบทความดาวน์โหลด :  เว็บน่าสนใจค้นหากระดานข่าว
หากมีข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน
กรุณาแจ้งที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๖๒๘-๖๓๔๖ หรือสายด่วนการศึกษา ๑๕๗๙
ศูนย์บริการประชาชน (ศูนย์บริการร่วม) กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Website Power by MOENet. Design By : Bumrung Ch.Com

แลกเปลี่ยนข้อมูล backend.php or ultramode.txt

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.