news blog logo
news menu leftnews menu right
Home ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลข่าวสาร ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 74/2557 เตรียมหารือปรับเกณฑ์บุคลากร สป.เข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น



ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 74/2557 เตรียมหารือปรับเกณฑ์บุคลากร สป.เข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น PDF พิมพ์ อีเมล

ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านบุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2557

รมว.ศธ.กล่าวว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (อ.ก.พ. สป.) ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ.ศธ. ได้มีการการพิจารณาปรับสถานะของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในหน่วยงานสังกัด สป. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีผู้บริหารเทียบเท่าอธิบดีและไม่มีสถานะเป็นกรมหรือนิติบุคคล จึงไม่มีตำแหน่งระดับผู้บริหารต้น (ระดับ 9) และผู้อำนวยการกอง  ประกอบกับเป็นองค์กรที่มีภาระงานมาก แต่ไม่มีเส้นทางความก้าวหน้า และไม่สามารถหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมารับผิดชอบงานจำนวนมากได้ ตลอดจนเมื่อต้องการจะแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 10-11 ก็จะมีผู้มีคุณสมบัติให้คัดเลือกจำนวนน้อยมาก เพราะจะต้องคัดเลือกจากผู้อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับต้นขึ้นมา

ประชุมจึงเห็นชอบให้คณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการ (ก.พ.ร.ศธ.) รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลใน 2 ส่วนคือ ด้านโครงสร้างและบุคลากร เพื่อปรับเกณฑ์การพิจารณาการเข้าสู่ตำแหน่งบริหารระดับต้น และตำแหน่งผู้อำนวยการกอง ของหน่วยงานต่างๆ โดยให้คำนึงถึงภาระงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองเรื่องต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพราะบางเรื่องเห็นชอบได้ในระดับกระทรวง แต่บางเรื่องต้องเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) หรือคณะรัฐมนตรีพิจารณา

ย้ำว่า ตนมีนโยบายไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ต้องการเน้นโครงสร้างมากเกินไป โดยเฉพาะการเพิ่มแท่งหรือแยกส่วนกระทรวง แต่ทั้ง 3 องค์กรดังกล่าว มีปัญหาด้านบุคลากร เส้นทางความก้าวหน้า และการได้บุคลากรที่มีคุณลักษณะและประสบการณ์เข้ามาทำงาน ซึ่งจะต้องอาศัยคณะกรรมการข้างต้น ศึกษากฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.พ.ร., สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และหน่วยงานที่ดูแลงบประมาณ  หากมีผลสรุปว่าจะต้องแก้ไขหรือออกกฎหมาย ก็จะเตรียมเป็นข้อสรุปของคณะกรรมการชุดนี้เพื่อเสนอรัฐมนตรีคนต่อไปพิจารณา

รมว.ศธ.ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนประเด็นความก้าวหน้าจัดซื้อหนังสือเรียน โดยกล่าวว่า องค์การค้าของ สกสค.ได้รายงานความก้าวหน้าการจัดพิมพ์หนังสือเรียน ปีการศึกษา 2557 ซึ่งจะต้องเตรียมหนังสือเรียนไว้จำหน่าย จำนวนทั้งสิ้น 38,948,915 เล่ม สำหรับ 12 ชั้นปีใน 8 กลุ่มสาระวิชา ซึ่งขณะนี้จัดพิมพ์แล้วเสร็จ จำนวน 34,638,915 เล่ม คิดเป็นร้อยละ 88.93 และอยู่ระหว่างการจัดพิมพ์ จำนวน 4,310,000 เล่ม คิดเป็นร้อยละ 11.07  คาดว่าการจัดพิมพ์หนังสือทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้

นั่นก็หมายความว่า สามารถดำเนินการได้ทันตามที่ปฏิทินกำหนด  ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการจัดประชุมเตรียมการ/เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง มีการเร่งรัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับศักยภาพของเครื่องพิมพ์หนังสือเรียนและเครื่องทำเล่ม ทั้งที่เป็นองค์การค้าของ สกสค. และที่เช่ามา มีขีดความสามารถในการพิมพ์สูงขึ้น  ทำให้จัดพิมพ์แล้วเสร็จตรงเวลา ช่วยแก้ไขปัญหาการได้รับหนังสือล่าช้า การขาดแคลนหนังสือ และนักเรียนเรียนโดยไม่มีหนังสือได้

ขั้นตอนสำคัญต่อจากนี้ คือ การสั่งซื้อของโรงเรียน ที่กำหนดให้สั่งซื้อภายในวันที่ 29 มีนาคม 2557 ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าสั่งซื้อแล้ว จำนวน 223 แห่ง วงเงิน 1,990 ล้านบาท และตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงวันที่ 24 มีนาคม 2557  มีโรงเรียนที่สั่งซื้อโดยตรงจากองค์การค้าของ สกสค. จำนวน 248 โรงเรียนใน 47 จังหวัด ที่ประชุมจึงได้เร่งรัดเรื่องการสั่งซื้อโดยเร็ว เพื่อไม่ให้นักเรียนได้รับหนังสือล่าช้า และขอให้ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลการจัดพิมพ์หนังสือให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

 

ในส่วนของสำนักพิมพ์ต่างๆ ได้หารือร่วมกันเพื่อป้องกันปัญหาและส่งเสริมระบบการซื้อหาหนังสือที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปการจัดพิมพ์หนังสือเรียนในปีนี้ทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า

 




ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ชั้น 1 อาคารเสมารักษ์ กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กทม. 10300
เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ 08.30 – 16.30 น.
โทรศัพท์ 0 2628 6346 โทรสาร  0 2628 6346
สายด่วนการศึกษา 1579

ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: Free Joomla 1.5 Template, domains. Valid XHTML and CSS.